เปิดตำนานพระซุ้มกอ

กรุทุ่งเศรษฐี กรุเมือง และกรุนอกทุ่ง

     จำนวนกรุต่างๆในจังหวัดกำแพงเพชร

          นักสะสมพระหลายท่านอยากจะเล่นพระซุ้มกอ แต่ก็ไม่กล้า เพราะไม่รู้จริงๆว่าพระซุ้มกอที่มีอยู่ในจังหวัดกำแพงเพชรนั้นมีกี่กรุกันแน่  หนังสือหลายเล่มก็ไม่ได้กล่าวถึง จากการได้ลงภาคสนามของ อ.แป๊ะ สายไหม ที่เคยขับรถไปจังหวัดกำแพงเพชรเพื่อศึกษาสถานที่จริงพร้อมๆกับการไปหาเช่าพระจากคนในท้องถิ่น ก็พบว่าจำนวนกรุทั้งหมดที่มีการกล่าวถึงแต่ไม่มีใครรวบรวมไว้ อ.แป๊ะรวบรวมได้ 53 กรุ  ถ้าถามว่าทุกกรุมีพระซุ้มกออยู่ด้วยหรือไม่  คำถามนี้ต้องหาคำตอบต่อไป  ในจำนวน 53 กรุนี้จะมีกรุทุ่งเศรษฐีรวมอยู่ด้วยมีจำนวน 9 กรุ  และไม่มีใครกล้ายืนยันว่าในจำนวนทั้ง 9 กรุนั้นจะมีพระซุ้มกอรวมอยู่ด้วยทุกกร ที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่มีการยืนยันจากผู้ขุดพบพระซุ้มกอ มาถึงจุดนี้ท่านผู้อ่านก็คงอยากทราบแล้วซิว่ากรุทุ่งเศรษฐีทั้ง 9 กรุนั้นมีอะไรบ้าง

การแบ่งชนิดของกรุ

        วิธีการแบ่งกรุโดยทั่วไปอาศัยเส้นลำน้ำแม่ปิงเป็นหลัก แนวลำน้ำแม่ปิงไหลจากเหนือลงใต้ ให้นับทางฝั่งขวาของลำน้ำซึ่งเป็นทุ่งกว้างอยู่ตรงข้ามตัวเมืองกำแพงเพชร เรียกว่าทุ่งเศรษฐี

กรุทุ่งเศรษฐี ( 9 กรุ)

 1)วัดพระบรมธาตุ  2)วัดหนองพิกุล (นิยมเรียกสั้นๆว่า วัดพิกุล)   3)วัดซุ้มกอ หรือ นาตาคำ 4)บ้านเศรษฐี  5)วัดฤาษี  6)วัดน้อย หรือ ซุ้มกอดำ 7)วัดหนองลังกา  8)วัดเจดีย์กลางทุ่ง  9)วัดหัวยาง

กรุเมือง ( 20 กรุ)

 ส่วนฝั่งซ้ายซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอเมือง และเป็นเขตอุทยานประวัติศาตร์กำแพงเพชร รวมทั้งพระราชวังเก่าที่มีวัดพระแก้วอยู่ภายในด้วย รวมเรียกว่า กรุเมือง มีจำนวนทั้งสิ้น 20 กรุตัวอย่างชื่อกรุในกรุเมืองที่มีชื่อเสียง เช่น กรุวัดพระแก้ว, กรุวัดพระธาตุ, กรุวัดป่ามืด, กรุวัดช้างล้อม, กรุวัดอาวาสน้อย, กรุวัดอาวาสใหญ่, กรุวัดตะแบกลาย, กรุวัดกะโลทัย, กรุวัดป่าแลง, กรุวัดนาคเจ็ดเศียร เป็นต้น

 กรุนอกทุ่ง (24 กรุ)

ก็จะหมายถึงกรุอื่นๆที่อยู่นอกเหนือจากกรุทุ่งเศรษฐีและกรุเมือง  ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 24 กรุ ตัวอย่างกรุนอกเมือง กรุวัดวังพระธาตุ, กรุลานดอกไม้, กรุหน้าศูนย์, กรุผู้ใหญ่เชื้อ, กรุเทคนิค, กรุสปจ, กรุวัดหัวเขา, กรุตาพุ่ม, กรุวัดเซิงหวาย เป็นต้น

ข้อมูลบางประการเกี่ยวกับกรุลานดอกไม้  :         

       จากการได้เดินทางไปหาเช่าพระซุ้มกอที่จ.กำแพงเพชรเป็นเวลานับสิบปี เซียนพระที่นั่นรวมทั้งผู้ที่ขุดพระได้มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กรุลานดอกไม้จัดเป็นกรุทุ่งเศรษฐี เพราะอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำปิง ตอนที่ยังไม่รู้ชัดว่ากรุลานดอกไม้อยู่ที่ไหนก็จำต้องเชื่อไว้ก่อน หลังจากได้เดินทางไปที่กรุลานดอกไม้จริงๆ ซึ่งต้องขับรถขึ้นไปทางจ.ตากเป็นระยะทางราว 26 กม. ด้วยทางรถยนต์ ทำให้อ.แป๊ะ สายไหม ไม่ยอมจัดให้กรุลานดอกไม้อยู่ในทุ่งเศรษฐี ด้วยเหตุผลสองประการ:

1)กรุลานดอกไม้ถึงแม้ว่าจะอยู่ฝั่งเดียวทุ่งเศรษฐี แต่ระยะทางนั้นห่างออกไปถึง 26 กม. ถ้าเป็นสมัยกรุงสุโขทัยต้องใช้เวลาเดินทางไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน และทางก็จะเป็นป่ารกชัฏ ซึ่งตรงข้ามกับบริเวณทุ่งเศรษฐีที่มีอาณาบริเวณเดียว แต่ละที่จะห่างกันเพียง 200-300 เมตร สามารถเดินไปมาหาสู่กันได้

2)พระซุ้มกอที่พบในกรุลานดอกไม้นั้นมีความแตกต่างจากของทุ่งเศรษฐีอย่างชัดเจน ทั้งพิมพ์และมวลสาร เรื่องของพิมพ์พระนั้นพอจะอนุโลมกันได้ เพราะต่างหมู่บ้านก็คิดพิมพ์ที่เป็นของตัวเอง ส่วนวิธีการสร้างโดยเฉพาะการใช้มวลสารนั้นมักจะมีการลอกเลียนแบบกัน ดังจะเห็นได้จากพระซุ้มกอในทุ่งส่วนใหญ่จะมีเนื้อคล้ายกัน พูดง่ายๆว่าการคัดเลือกมวลสารนั้นจะมีการลอกเลียนแบบกัน เมื่อกรุลานดอกไม้มีพระที่แตกต่างออกไป ก็ไม่สมควรจะจัดอยู่ในกรุทุ่งเศรษฐี นอกเสียจากหวังผลประโยชน์ในราคาพระจนลืมความเป็นจริง

ทำไมพิมพ์พระซุ้มกอกับชื่อกรุในหนังสือหลายเล่มจึงไม่เหมือนกัน :

นักสะสมรุ่นปัจจุบันหลายท่านได้พระซุ้มกอจากหลายแนวทาง ส่วนใหญ่แล้วได้จากการที่มีคนนำมาให้เช่า หรือมาขายให้ คนที่ขุดพบแล้วนำมาปล่อยให้เซียนพระ ส่วนใหญ่ก็จะไม่พูดความจริง ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยและไม่ต้องการให้ใครไปแย่งขุด บ้างก็แต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อให้พระตัวเองมีราคา สรุปแล้วการหาความจริงจากหนังสือเป็นเรื่องที่ยากมาก  หากท่านได้มีโอกาสไปพบกับคนขุดจริงๆซึ่งได้พระมาเป็นมือแรก ข้อมูลเรื่องกรุก็น่าจะเชื่อถือได้มากกว่าครึ่ง

ทำไมคนทั่วไปจึงนิยมพระกรุทุ่งเศรษฐีมากกว่ากรุอื่น

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้พระกรุทุ่งเศรษฐีได้รับความนิยมมากกว่ากรุอื่นๆก็คือเรื่องประวัติการสร้างพระ  คนส่วนใหญ่เคยได้ยินเรื่องราวของแผ่นลานเงินที่จารึกประวัติการสร้างพระซุ้มกอกรุบรมธาตุ ที่มีบทความตอนหนึ่งว่า  " ใครมีกูไว้ไม่จน " ข้อความนี้เป็นเพียงตำนานเล่าขานกันมาเป็นทอดๆ ยังไม่เคยมีใครเห็นของจริงดังเรื่องที่จะเล่าจากประสพการณ์ของอ.แป๊ะ สายไหม ที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับ มรว.อภิเดช อาภากร (ขออภัยที่ไม่ได้ขออนุญาติเอ่ยนาม แต่อ.แป๊ะ ขอพูดถึงด้วยความเคารพ) ขณะที่ยืนอยู่หน้าร้านหนังสือเจ๊น้อย บนห้างพันธ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ตอนนั้นอ.แป๊ะ ต้องการหาหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับแผ่นลานเงินและลานทอง จึงถามเจ๊น้อยว่ามีหนังสือประเภทนี้ไหม พอดีท่าน มรว.อภิเดช ยืนดูหนังสืออยู่แถวนั้น ท่านคงจะสงสัยว่าทำไมอ.แป๊ะจึงอยากได้หนังสือที่คนส่วนใหญ่ไม่หาหรือถามถึงกัน (ตอนนั้นท่านไม่รู้จักอ.แป๊ะ ว่าเป็นใคร และถึงตอนนี้ท่านก็ยังคงไม่รู้อยู่เช่นเดิม) ท่าน มรว.อภิเดช หันมาถามว่าคุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับลานเงินลานทอง  อ.แป๊ะ ก็ตอบไปด้วยความเคารพว่าอยากเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของการสร้างพระที่จารึกไว้นั้นมีความเป็นมาอย่างไร  ท่าน มรว.อภิเดชก็เลยแนะนำตัวเอง พร้อมทั้งอธิบายให้ฟังคร่าวๆว่า แผ่นลานทองนั้นอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อาจศึกษาได้ที่นั่น ส่วนลานเงินนั้นท่านได้ยินเรื่องราวที่มีคนนำมาถวายให้ ร.๕ จากนั้นก็ไม่มีใครเห็นอีกเลยจนทุกวันนี้  ต้องกราบขอบพระคุณท่าน มรว.อภิเดช อาภากร ที่ให้ความกระจ่างในคำอธิบาย  ท่านผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณว่า หนังสือที่เขียนคำจารึกรายละเอียดของแผ่นลานเงินไว้จนยาวเยียดนั้น เขาไปเอามาจากไหน ?

พระกรุทุ่งเศรษฐีจะสวยกว่ากรุอื่นจริงเสมอไปหรือไม่ ?

คำตอบก็คือ ไม่จริง, ขึ้นอยู่ว่าใครเป็นผู้สร้าง เราคงได้ยินการสร้างพระพุทธรูปในสมัยโบราณ ถ้าเป็นการสร้างโดยช่างหลวง หรือ ช่างที่อยู่ในวัง ฝีมือในการสร้างจะงดงามกว่าช่างในหัวเมืองอื่น พระซุ้มกอในจ.กำแพงเพชรก็คงไม่ต่างจากการสร้างพระอื่นๆ พระซุ้มกอที่พบในเขตอุทยานประวัติศาสตร์บางกรุมีลักษณะลวดลายสวยกว่าพระในทุ่งเศรษฐีเสียอีก แต่เนื้อมวลสารอาจจะแตกต่างกันไป  ที่เป็นเช่นนี้เพราะฝั่งกรุเมืองนั้นเป็นที่ตั้งของพระราชวังที่มีวัดพระแก้วอยู่ภายในเขตวัง เหมือนพระราชวังทั่วไปที่สร้างยุคนั้น

พระซุ้มกอที่สวยที่สุดในประเทศไทย

(หนึ่งในสยาม)

 

กลับไปหน้าแรก

 

         For more information please call: 081-8436653 or   email : ksak@truemail.co.th

 

@Copyright 2006@

mesothelioma - Please help promote this Asbestos Cancer organization by not changing the counter link.  Thanks.